
ทีมสกินฮัก
แบ่งปันสิ่งนี้


เรื่องราวของ Skinhug แบรนด์สกินแคร์สำหรับครอบครัวจากประเทศไทย ที่เริ่มต้นจากคำถามง่าย ๆ ว่าทำไมหนึ่งบ้านต้องมีสกินแคร์หลายขวด ทั้งที่ทุกคนแค่อยากดูแลผิวอย่างอ่อนโยน
ทำไมเราถึงอยากได้สกินแคร์คลีนเพียงหนึ่งชิ้น สำหรับลูกน้อย คุณแม่ และทั้งครอบครัว
ตอนที่ลูกของเราเกิด บ้านทั้งหลังก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปทีละนิด
น้ำยาซักผ้าใหม่
สบู่เด็กใหม่
สกินแคร์เด็กใหม่
ทุกอย่างใหม่ไปหมด
อยู่ดี ๆ ในบ้านก็มีเวอร์ชันสำหรับเด็กของแทบทุกอย่าง
แล้ววันหนึ่ง สามีก็ถามคำถามหนึ่งที่ทำให้เราหยุดคิดจริง ๆ
อะไรในผลิตภัณฑ์ของผู้ใหญ่ที่ทำให้เด็กใช้ไม่ได้ แล้วอะไรในผลิตภัณฑ์ของเด็กที่ทำให้ผู้ใหญ่ไม่อยากใช้มัน
เอาจริง ๆ มันเป็นคำถามที่ดีมาก
เพราะพอเราเป็นพ่อแม่ เราก็เริ่มแยกทุกอย่างออกจากกัน
อันนี้ของลูก
อันนี้ของแม่
อันนี้ของพ่อ
อันนี้ไว้ในห้องน้ำ
อันนี้ไว้ในตะกร้าของลูก
อันนี้สำหรับผิวบอบบาง
อันนี้หอมดี แต่คงไม่เหมาะกับลูก
อันนี้อ่อนโยน แต่รู้สึก basic เกินไปสำหรับแม่
แล้วเราก็เริ่มสงสัยขึ้นมาว่า มันต้องซับซ้อนขนาดนี้จริง ๆ ไหม
คำถามนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Skinhug
ตอนที่เรากำลังมองหาสกินแคร์สำหรับลูก เรารู้แค่ว่าเราอยากได้อะไรที่คลีนกว่า และคิดมาดีกว่านี้
เราเป็นคนที่ชอบ clean products ชอบ natural products และชอบแบรนด์อินดี้มาตลอด ไม่ใช่เพราะของอินดี้ดีกว่าเสมอไป แต่เพราะแบรนด์ที่ดีจริงมักให้ความรู้สึกตั้งใจมากกว่า ดู mass น้อยกว่า generic น้อยกว่า และมีความคิดอยู่เบื้องหลังมากกว่า
แต่พอเริ่มมองหาของที่คุณภาพตรงกับสิ่งที่เราอยากได้ ตัวเลือกจำนวนมากกลับรู้สึกไปคนละทาง
ของ mass market หลายอย่างรู้สึกหนักไป กลิ่นเยอะไป หรือ generic ไป
ส่วนแบรนด์อินดี้ที่เราชอบ หลายตัวก็ดูสวยมาก แต่ราคาก็ทำให้เราต้องหยุดคิดเหมือนกัน
แล้วตรงกลางระหว่างสองฝั่งนั้น เราเห็นช่องว่างอยู่
เราอยากได้อะไรที่คลีนและคิดมาดี แต่ยัง practical พอสำหรับชีวิตจริงของครอบครัว
อ่อนโยนพอสำหรับลูก
สวยพอสำหรับแม่
และมีประโยชน์พอสำหรับทุกคนในบ้าน
ไม่ใช่สามขวดสำหรับสามคน
แต่อยากได้หนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ทั้งบ้านหยิบใช้ได้
ประโยคนี้กลายเป็นหนึ่งในแก่นความคิดที่ชัดที่สุดของ Skinhug
เพราะสกินแคร์เด็กจำนวนมากถูกทำให้ดูเหมือนเป็นของสำหรับเด็กเท่านั้น ในขณะที่สกินแคร์ผู้ใหญ่ก็มักจะ active เกินไป มีกลิ่นเกินไป ซับซ้อนเกินไป หรือมากเกินไปสำหรับผิวของลูก
เราอยากทำอะไรสักอย่างที่อยู่ตรงกลาง
นุ่มพอสำหรับการนวดตัวลูก
คลีนพอสำหรับรูทีนที่บอบบางของทั้งบ้าน
สวยพอจนแม่เองก็อยากใช้
และง่ายพอที่พ่อจะหยิบใช้ได้โดยไม่ต้องอ่านคำอธิบายยาว ๆ
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ทำให้รูทีนของครอบครัวดูใหญ่ขึ้น
แต่ทำให้มันง่ายขึ้น
เราไม่ใช่คนที่อยากมีห้าผลิตภัณฑ์สำหรับหน้า และอีกห้าผลิตภัณฑ์สำหรับตัว
เราชอบของคลีน
ชอบของธรรมชาติ
และชอบสิ่งที่ make sense
ถ้ารูทีนไหนเรียบง่ายและยังเวิร์กได้สวย เราจะเลือกแบบนั้นเสมอ
เซรั่มที่ดีหนึ่งตัว
ออยล์ที่ดีหนึ่งตัว
กันแดดที่ดีหนึ่งตัว
แค่ไม่กี่อย่างที่คู่ควรกับพื้นที่ของมันจริง ๆ
แนวคิดนั้นก็เข้ามาหล่อหลอม Skinhug เหมือนกัน
เราไม่ได้อยากสร้างแบรนด์ที่ทำให้พ่อแม่รู้สึกว่าต้องมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เราอยากสร้างบางอย่างที่ช่วยให้ครอบครัวใช้ของน้อยลง แต่ดีขึ้น
ของในห้องน้ำน้อยลง
ความเดาน้อยลง
คำถามว่าอันนี้ของลูกหรือของเราน้อยลง
สกินแคร์ที่ซับซ้อนน้อยลง
เหลือแค่ไม่กี่ชิ้นที่คิดมาดีและใช้ร่วมกันได้ทั้งบ้าน
Skinhug Pure Green Nourishing Seed Oil คือก้าวแรกของไอเดียใหญ่นั้น
ในตอนแรก เราอยากให้ Skinhug มีกลิ่นมะลิอ่อน ๆ
มะลิมีความหมายทางอารมณ์ลึกมากในไทย มันทำให้นึกถึงความเป็นแม่ วันแม่ ความนุ่มนวล การดูแล และความรัก
เพราะแบบนั้น ในช่วงแรก น้ำหอมมะลิจากธรรมชาติจึงฟังดูเหมือนเป็นสิ่งที่ใช่
มันสวย
มันมีความหมาย
และมันรู้สึกเป็นแม่มาก
แต่ระหว่างการพัฒนาสูตร ลูกของเรากลับมีผื่นน้ำลาย
เหตุการณ์นั้นทำให้เราเริ่มศึกษาลึกลงไปอีก และยิ่งศึกษามากขึ้น เรายิ่งรู้สึกชัดว่า น้ำหอม แม้จะเป็น natural fragrance แม้จะเป็น botanical fragrance ที่สวยแค่ไหน มันก็ยังเป็นสิ่งพิเศษที่เพิ่มเข้ามา และผิวที่บอบบางอาจไม่ได้ต้องการมัน
โดยเฉพาะเมื่อหน้าที่ของมันมีแค่ทำให้ผลิตภัณฑ์หอมขึ้น
มันทำให้เราเปลี่ยนใจ
ถ้า Skinhug จะถูกสร้างมาสำหรับช่วงเวลาที่บอบบางที่สุดของครอบครัวจริง ๆ น้ำหอมก็ยังไม่ควรได้ที่ของมันในสูตร
เราเลยเอามันออก
ไม่มีน้ำหอมที่เติมเพิ่ม
ไม่มี essential oils
ไม่มีมะลิ แม้เราจะรักไอเดียนั้นมากก็ตาม
และพูดตรง ๆ การตัดสินใจนั้นทำให้ Skinhug เป็นตัวเองมากขึ้นด้วยซ้ำ
ผิวเด็กไม่จำเป็นต้องมี perfume
นั่นกลายเป็นหนึ่งในความจริงที่ง่ายที่สุดของผลิตภัณฑ์นี้
แน่นอนว่ากลิ่นที่ดีให้ความรู้สึกทางอารมณ์ได้ มันทำให้ผลิตภัณฑ์ดู complete ดูหรูขึ้น และน่าจดจำขึ้น
แต่ Skinhug ไม่ได้พยายามชนะใจคนด้วยกลิ่น
Skinhug พยายามสร้างความไว้ใจผ่านความเรียบง่าย
เพราะแบบนั้น Skinhug จึงไร้น้ำหอม มันอาจมีกลิ่นธรรมชาติอ่อน ๆ จากวัตถุดิบของมันเอง แต่เราไม่เติมกลิ่นเข้าไปเพียงเพื่อให้มันมีกลิ่น
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ทำมาสำหรับลูก คุณแม่ การดูแลผิวช่วงตั้งครรภ์ และรูทีนที่บอบบางของทั้งบ้าน นั่นรู้สึกเป็นทางเลือกที่ซื่อสัตย์กว่า
ในชีวิตจริงของครอบครัว ทุกอย่างถูกแชร์กันหมด
เตียง
ห้องน้ำ
ผ้าเช็ดตัวที่เคยนึกว่าเป็นของตัวเอง
ขวดน้ำ
ขนม
แล้ว somehow เบบี้ไวพ์ก็กลายเป็นของทุกคนไปด้วย
แล้วทำไมสกินแคร์จะ share กันไม่ได้บ้างล่ะ
นั่นคือคำถามที่อยู่เบื้องหลัง Skinhug
เราอยากได้ผลิตภัณฑ์หนึ่งขวด ที่ใช้ได้หลังอาบน้ำของลูก แล้วต่อด้วยใช้กับท้องของแม่ ใช้กับมือแห้ง ๆ และอาจไปจบที่ข้อศอกของพ่อ ถ้าเขายอมรับสักทีว่ามันแห้งจริง
เป็นขวดที่เป็นของครอบครัว ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง
ไม่ใช่เพราะผลิตภัณฑ์หนึ่งตัวควรทำได้ทุกอย่าง
แต่เพราะบางผลิตภัณฑ์สามารถเรียบง่าย อ่อนโยน และมีประโยชน์พอที่จะรับได้มากกว่าหนึ่งบทบาท
สำหรับเรา มันรู้สึก modern
รู้สึก practical
รู้สึก wasteful น้อยลง
และเอาจริง ๆ มันรู้สึกเหมือนชีวิตจริงมากกว่า
Skinhug ได้แรงบันดาลใจจาก skinship หรือความผูกพันเงียบ ๆ ที่เกิดขึ้นผ่านการสัมผัสอย่างอ่อนโยน
มันคือการดูแลแบบที่ไม่จำเป็นต้องเสียงดัง
ออยล์ไม่กี่หยดหลังอาบน้ำ
มืออุ่น ๆ ก่อนนวดตัวลูก
แม่ลูบท้องเบา ๆ ก่อนนอน
พ่อแม่ใช้เวลาไม่กี่วินาทีเพื่อชะลอวันนั้นลงหน่อย
โมเมนต์เหล่านี้เล็กมาก แต่ไม่ได้ไม่มีความหมาย
มันคือวิธีที่การดูแลค่อย ๆ กลายเป็นรูทีน
และรูทีนค่อย ๆ กลายเป็นความผูกพัน
จนวันธรรมดากลายเป็นวันที่คุณจำได้
นั่นคือความรู้สึกที่เราอยากให้ Skinhug เก็บไว้
สีเขียวอ่อนกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนของ Skinhug แบบธรรมชาติ
เราไม่ได้เติมสีสังเคราะห์เพื่อให้มันดูต่าง
สีนี้มาจากเบลนด์ของน้ำมันในสูตรเอง รวมถึง cucumber seed oil
เราเองก็ชอบที่มันไม่ได้ดูเหมือนผลิตภัณฑ์เด็กแบบเดิม ๆ
ไม่ใช่ชมพู
ไม่ใช่ฟ้าพาสเทล
ไม่หวานเกินไป
แค่เขียวอ่อน ๆ สะอาด สงบ และมีอะไรที่คาดไม่ถึงนิดหน่อย
มันทำให้ Skinhug รู้สึกใกล้กับสิ่งที่เราอยากให้แบรนด์นี้เป็นมากขึ้น คืออ่อนโยน ทันสมัย เป็นธรรมชาติ และไม่พยายามมากเกินไป
Pure Green Nourishing Seed Oil คือผลิตภัณฑ์ตัวแรกของ Skinhug แต่ไอเดียที่ใหญ่กว่านั้นไม่ใช่แค่เบบี้ออยล์
ไอเดียที่ใหญ่กว่าคือการทำให้การดูแลตัวเองของครอบครัวง่ายขึ้น
เราอยากให้ Skinhug กลายเป็นแบรนด์ที่ช่วยให้ครอบครัวใช้ของน้อยลง แต่ดีขึ้น
ผลิตภัณฑ์ที่คลีนพอสำหรับเด็กเล็ก
สวยพอสำหรับผู้ใหญ่
ง่ายพอสำหรับการใช้ทุกวัน
และคิดมาดีพอที่จะอยู่ในบ้านสมัยใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ไม่ใช่ชั้นวางของที่เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ชวนงง
แค่ไม่กี่ชิ้นที่ดีจริงและ make sense
Skinhug เริ่มต้นจากออยล์หนึ่งขวด แต่ไอเดียที่ใหญ่กว่านั้นคือการทำให้การดูแลของทั้งบ้านง่ายขึ้น
ผลิตภัณฑ์ตัวแรกของเราคือ Skinhug Pure Green Nourishing Seed Oil
มันคือออยล์บำรุงผิวจากพืช สูตรไร้น้ำหอม ที่ทำมาสำหรับการนวดตัวลูก การดูแลหลังอาบน้ำ การดูแลผิวช่วงตั้งครรภ์ ผิวที่รู้สึกแห้ง และการใช้ทุกวันของทั้งครอบครัว
สูตรของเราทำโดยไม่มีน้ำหอม ไม่มี essential oils ไม่มี mineral oil และไม่มีสีสังเคราะห์ และจดแจ้งเป็นเครื่องสำอางกับ อย. ไทย
แต่ Skinhug ไม่ใช่ยา
มันไม่ได้รักษา eczema
ไม่ได้รักษาผื่น
ไม่ได้การันตีว่าจะป้องกัน stretch marks
และไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์หรือกุมารแพทย์
มันคือออยล์บำรุงผิวในหมวดเครื่องสำอาง ที่ทำมาเพื่อช่วยให้ผิวรู้สึกนุ่ม ได้รับการบำรุง และได้รับการดูแล
สำหรับเด็กแรกเกิด ผิวที่ไวมาก ผิวที่มีแนวโน้มเป็น eczema หรือผิวที่กำลังระคายเคืองอยู่ เราแนะนำให้เริ่มจากปริมาณน้อย ลอง patch test ก่อน และปรึกษากุมารแพทย์หากมีความกังวล
เราอยากให้ Skinhug ทำให้พ่อแม่รู้สึกว่า สกินแคร์สามารถเรียบง่ายขึ้นได้
ไม่ใช่คิดน้อยลง
ไม่ใช่สวยน้อยลง
แค่ซับซ้อนน้อยลง
เราอยากให้มันกลายเป็นขวดที่คุณหยิบใช้หลังอาบน้ำ
เป็นออยล์ที่คุณใช้ตอนนวดตัวลูก
เป็น ritual เล็ก ๆ ที่ใช้ลูบท้องตอนตั้งครรภ์
เป็นสิ่งที่คุณทาลงบนมือแห้ง ๆ ของตัวเองหลังจากดูแลทุกคนแล้ว
เราอยากให้มันช่วยให้ครอบครัวช้าลงสักนิด
เพราะบางครั้งการดูแลไม่ใช่ท่าทางใหญ่โตอะไร
บางครั้งมันก็เป็นแค่ออยล์ไม่กี่หยด มือที่อุ่น และผิวที่คุณกอดไว้ใกล้ที่สุด
นั่นแหละคือ Skinhug
Skinhug ถูกสร้างขึ้นโดย Mo คุณแม่ที่อยู่เชียงใหม่ ประเทศไทย แบรนด์นี้ได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์หลังการเป็นแม่คน และความต้องการสกินแคร์ที่เรียบง่าย คลีน และใช้ร่วมกันได้ทั้งลูก คุณแม่ และคนในบ้าน
Skinhug ถูกสร้างขึ้นเพราะผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กและผู้ใหญ่หลายตัวรู้สึกแยกกันเกินไป ซับซ้อนเกินไป มีกลิ่นมากเกินไป หรือ generic เกินไป ไอเดียคืออยากสร้างบางอย่างที่อ่อนโยนพอสำหรับลูก สวยพอสำหรับแม่ และมีประโยชน์พอสำหรับการดูแลของทั้งบ้านในทุกวัน
Skinhug ได้แรงบันดาลใจจาก skinship หรือความผูกพันเงียบ ๆ ที่เกิดขึ้นผ่านการสัมผัสอย่างอ่อนโยนระหว่างพ่อแม่กับลูก
Skinhug ไร้น้ำหอมเพราะผิวของลูกและผิวบอบบางของทั้งบ้านไม่ได้ต้องการ perfume เพิ่มเข้าไป เดิมแบรนด์เคยลองพัฒนาสูตรที่มีกลิ่นมะลิจากธรรมชาติ แต่ตัดสินใจเอาออกหลังศึกษามากขึ้นเรื่องผิวเด็กที่บอบบางและความเสี่ยงของการระคายเคือง
ผลิตภัณฑ์ตัวแรกของ Skinhug คือ Pure Green Nourishing Seed Oil ออยล์บำรุงผิวจากพืช สูตรไร้น้ำหอม ที่ทำมาสำหรับการนวดตัวลูก การดูแลหลังอาบน้ำ การดูแลผิวช่วงตั้งครรภ์ ผิวที่รู้สึกแห้ง และการใช้ทุกวันของทั้งครอบครัว
ไม่ค่ะ Skinhug ถูกสร้างขึ้นโดยคิดถึงลูกและแม่เป็นหลัก แต่ตั้งใจให้มีประโยชน์กับทั้งครอบครัวด้วย

ถ้าคุณชอบการดูแลผิวที่คลีน เรียบง่าย และใช้ได้ทั้งบ้าน Skinhug ออกแบบมาเพื่อคุณ
