10 เบบี้ออยล์นวดตัวลูกที่น่าใช้ในไทย (2026): ตัวเลือกอ่อนโยนสำหรับผิวลูก

คู่มือแบบตรงไปตรงมาสำหรับเบบี้ออยล์นวดตัวลูกในไทย ตั้งแต่ตัวดังตามร้านยา ไปจนถึงแบรนด์ไทยและตัวนำเข้าที่น่ารู้ อัปเดต 2026

หากคุณกำลังมองหาน้ำมันนวดสำหรับเด็กในประเทศไทย ตัวเลือกที่ดีที่สุดมักจะแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์หลักในร้านขายยา ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในไทย และสูตรนำเข้าที่สะอาดกว่าซึ่งยังคงหาซื้อได้ในประเทศไทย สำหรับทารกแรกเกิดหรือเด็กที่มีผิวแพ้ง่าย สูตรที่ปราศจากน้ำหอมและมีส่วนผสมจากพืชมักจะเป็นจุดเริ่มต้นที่อ่อนโยนที่สุด แต่ไม่ใช่ทุกครอบครัวที่กำลังมองหาสิ่งเดียวกันเป๊ะๆ ดังนั้นน้ำมันที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับสภาพผิวของลูกน้อย งบประมาณของคุณ และประเภทของสูตรที่คุณรู้สึกสบายใจที่จะใช้มากที่สุด

ก่อนที่เราจะเริ่ม

นี่ไม่ใช่การจัดอันดับจากดีที่สุดไปแย่ที่สุดอย่างตายตัว

นี่คือรายการน้ำมันนวดสำหรับเด็ก 10 ชนิดที่ใช้งานได้จริงและน่ารู้ หากคุณกำลังเลือกซื้ออยู่ในประเทศไทยตอนนี้ บางชนิดเหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย บางชนิดหาซื้อได้ง่ายจากร้านขายยาในวันนี้ บางชนิดใส่ใจเรื่องส่วนผสมเป็นพิเศษ บางชนิดก็เป็นที่คุ้นเคย ราคาไม่แพง และหาซื้อได้ทั่วไป

เป้าหมายของเราไม่ใช่การเลือกผู้ชนะที่โดดเด่นเพียงหนึ่งเดียว

แต่เป็นการช่วยให้คุณค้นหาสิ่งที่เหมาะสมกับลูกน้อยและกิจวัตรประจำวันของคุณ

ทำไมน้ํามันนวดสําหรับเด็กจึงสําคัญ

การนวดทารกเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตครอบครัวในประเทศไทยมาหลายชั่วอายุคนแล้ว

ช่วยสร้างช่วงเวลาที่เงียบสงบเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน ช่วยให้ลูกน้อยผ่อนคลาย ช่วยให้มือของคุณลูบไล้ผิวได้อย่างนุ่มนวลขึ้น และในห้องปรับอากาศหรือสภาพอากาศที่แห้งกว่า ก็ยังช่วยให้ผิวรู้สึกนุ่มนวลและสบายขึ้นด้วย

แต่น้ำมันที่คุณใช้มีความสำคัญมากกว่าที่หลายคนคิด

บางสูตรมีส่วนผสมของน้ำหอม บางสูตรมีส่วนผสมหลักเป็นน้ำมันแร่ บางสูตรมีส่วนผสมหลักเป็นน้ำมันจากพืช บางสูตรเรียบง่ายมาก บางสูตรก็ไม่

นั่นไม่ได้หมายความว่ามีเพียงตัวเลือกเดียวที่ดีที่สุด แต่หมายความว่าคุ้มค่าที่จะพิจารณาให้ละเอียดขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะซื้อขวดแรกที่คุณเห็น

เราเลือกผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้อย่างไร

เรามองหาน้ำมันนวดสำหรับเด็กที่หาซื้อได้ในประเทศไทยผ่านร้านขายยา ร้านค้าปลีกในท้องถิ่น ร้านค้าแบรนด์ดัง แหล่งช้อปปิ้งออนไลน์ หรือ iHerb

เรายังพิจารณาถึง:

  • รูปแบบของสูตร
  • มีน้ำหอมหรือไม่มีน้ำหอม
  • ความเหมาะสมของน้ำมันสำหรับผิวบอบบาง
  • ความเหมาะสมสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัว
  • และความชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์นั้นเหมาะสมกับการนวดทารกอย่างไร

เนื่องจากคู่มือนี้จัดทำโดย Skinhug เราจึงได้รวมผลิตภัณฑ์ของเราเองในส่วนที่เหมาะสมอย่างแท้จริง พร้อมทั้งอธิบายเหตุผลไว้อย่างชัดเจน

10 น้ำมันที่น่ารู้

1. น้ำมันนวดสำหรับเด็ก Mustela Baby Massage Oil

เหมาะสำหรับ: ผู้ปกครองที่ต้องการตัวเลือกกระแสหลักที่พรีเมียมยิ่งขึ้น
ส่วนประกอบหลัก: น้ำมันจากพืช
กลิ่น: มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
หาซื้อได้ที่: ร้านค้าสำหรับเด็กในประเทศไทย, ร้านค้าออนไลน์ในประเทศ
ขนาด: 100 มล.
ราคา: ประมาณ 650 ถึง 750 บาท

Mustela เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับเด็กกระแสหลักที่ดูดีและน่าเชื่อถือในประเทศไทย น้ำมันนวดสำหรับเด็กของพวกเขาใช้น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันเมล็ดทับทิม และน้ำมันเมล็ดทานตะวัน จึงให้ความรู้สึกเบาและใส่ใจมากกว่าน้ำมันสำหรับเด็กที่ทำจากน้ำมันแร่แบบดั้งเดิม

เกลี่ยง่ายสำหรับการนวดและให้ความรู้สึกหรูหราบนผิว

สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ปราศจากน้ำหอมโดยสมบูรณ์ กลิ่นไม่แรง แต่หากลูกน้อยของคุณมีผิวแพ้ง่ายมาก หรือคุณต้องการหลีกเลี่ยงน้ำหอมโดยเฉพาะ ควรทดสอบกับผิวบริเวณเล็กๆ ก่อนใช้งานจริง

ความเห็นตรงไปตรงมา: เป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักๆ ที่ดีที่สุด หากคุณต้องการผลิตภัณฑ์ที่เน้นส่วนผสมจากพืชและเข้าใจง่าย

2. Cetaphil Baby Oil

เหมาะสำหรับ: ผิวแพ้ง่ายหรือผิวที่มีแนวโน้มเป็นผื่นแพ้
ส่วนประกอบหลัก: น้ำมันแร่ + น้ำมันเมล็ดทานตะวัน
น้ำหอม: ไม่มี
หาซื้อได้ที่: Boots, Watsons, Tops Online
ขนาด: 200 มล.
ราคา: ประมาณ 400 ถึง 500 บาท

Cetaphil เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มักจะทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกสบายใจขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผิวของลูกน้อยเริ่มบอบบางเป็นพิเศษ

เบบี้ออยล์ของ Cetaphil ผสมผสานน้ำมันแร่เข้ากับน้ำมันเมล็ดทานตะวันและวิตามินอี จึงยังคงให้ความรู้สึกปกป้องผิวที่คุ้นเคยเหมือนเบบี้ออยล์ทั่วไปที่หาซื้อได้ตามร้านขายยา แต่มีสูตรที่อ่อนโยนกว่าเล็กน้อย

ข้อดีที่สุดของผลิตภัณฑ์นี้คือไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

ความเห็นตรงไปตรงมา: เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ปลอดน้ำหอมที่หาซื้อง่ายตามร้านขายยาในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผิวของลูกน้อยบอบบางแพ้ง่าย

3. เบบี้ออยล์ Sebamed

เหมาะสำหรับ: ทารกที่มีเกราะป้องกันผิวบอบบางเป็นพิเศษ
ส่วนประกอบหลัก: น้ำมันจากพืช
กลิ่น: ไม่มี
ค่า pH: 5.5
หาซื้อได้ที่: ช่องทางร้านค้าปลีกในประเทศ ขึ้นอยู่กับสินค้าในสต็อก
ขนาด: 150 มล.
ราคา: ประมาณ 400 ถึง 550 บาท

Sebamed มีชื่อเสียงที่ดีในร้านขายยา และมักดึงดูดใจพ่อแม่ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ให้ความรู้สึกน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพทางการแพทย์มากกว่าความน่ารัก

เบบี้ออยล์ของแบรนด์นี้ใช้น้ำมันแมคคาเดเมียและโจโจ้บา และไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม จุดเด่นเรื่องค่า pH 5.5 ของแบรนด์ยังเป็นที่น่าสนใจสำหรับพ่อแม่ที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวเป็นพิเศษ

ความเห็นตรงไปตรงมา: เป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือมาก หากคุณต้องการผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่ายและยังคงรู้สึกวางใจได้ง่าย

4. Skinhug Pure Green Nourishing Seed Oil

เหมาะสำหรับ: นวดทารกแบบปราศจากน้ำหอม และใช้ได้ทั้งครอบครัว
ส่วนประกอบหลัก: น้ำมันจากเมล็ดพืช
น้ำหอม: ไม่มี
การรับรอง: อย. ไทย เลขที่ 50-1-6900008030, ISO 22716 GMP
หาซื้อได้ที่: skinhug.co, Shopee Thailand
ขนาด: 100 มล.
ราคา: 490 บาท

Skinhug เป็นน้ำมันบำรุงผิวสำหรับเด็กและครอบครัวที่ผลิตในประเทศไทย สร้างสรรค์ขึ้นที่เชียงใหม่ สำหรับพ่อแม่ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่เรียบง่าย ชัดเจน และอ่อนโยนอย่างแท้จริง

สูตรนี้มีส่วนผสมหลักจากน้ำมันเมล็ดพืช รวมถึงน้ำมันเมล็ดองุ่นออร์แกนิกและน้ำมันเมล็ดชาเขียวออร์แกนิก พร้อมด้วยน้ำมันเมล็ดทานตะวัน, น้ำมันเมล็ดโจโจ้บา, น้ำมันเมล็ดแตงกวา, สควาเลน, วิตามินอี และคาไพรลิก/คาปริก ไตรกลีเซอไรด์

ไม่มีน้ำหอมสังเคราะห์ ไม่มีน้ำมันหอมระเหย และไม่มีน้ำมันแร่

สิ่งที่ทำให้ Skinhug แตกต่างจากเบบี้ออยล์ทั่วไปเล็กน้อยคือ ไม่ได้มีไว้ใช้แค่กับเด็กทารกเท่านั้น ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้นวดทารก แต่ก็ยังใช้ดูแลผิวหน้าท้องระหว่างตั้งครรภ์ ผิวแห้ง และใช้ได้ทั้งครอบครัวในชีวิตประจำวัน

ความเห็นตรงไปตรงมา: เหมาะมากถ้าคุณกำลังมองหาน้ำมันจากพืชที่ผลิตในประเทศไทย ปราศจากน้ำหอม ให้ความรู้สึกทันสมัย เรียบง่าย และดีพอที่จะใช้ได้แม้ลูกโตแล้ว

5. จอห์นสัน เบบี้ออยล์

เหมาะสำหรับ: ใช้ได้ทุกวัน, ราคาประหยัด, หาซื้อง่าย
ส่วนประกอบหลัก: มิเนอรัลออยล์
น้ำหอม: มี
หาซื้อได้ที่: วัตสัน, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านขายยา
ขนาด: 100 ถึง 200 มล.
ราคา: ประมาณ 80 ถึง 120 บาท

จอห์นสัน เบบี้ออยล์ น่าจะเป็นขวดที่คุ้นเคยที่สุดในรายการนี้

ราคาไม่แพง, หาซื้อง่าย และหลายครอบครัวใช้โดยไม่มีปัญหา สูตรเรียบง่ายและใช้งานได้ดี มิเนอรัลออยล์ช่วยลดการสูญเสียความชุ่มชื้นและให้ความรู้สึกนุ่มลื่นแบบเบบี้ออยล์คลาสสิก

ข้อเสียหลักคือน้ำหอม หากผิวลูกของคุณแข็งแรงและไม่มีปัญหาที่เห็นได้ชัด ก็อาจจะไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ถ้าผิวแพ้ง่าย ผู้ปกครองหลายคนก็มักจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนกว่า

ความเห็นตรงไปตรงมา: ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์คลาสสิกที่ใช้งานได้จริง แต่ไม่ใช่ขวดแรกที่เราจะเลือกใช้สำหรับผิวที่บอบบางมาก

6. Fae & Mae ออร์แกนิก บอดี้ แอนด์ เบลลี่ ออยล์

เหมาะสำหรับ: ตัวเลือกออร์แกนิกที่ผลิตในไทย
ส่วนประกอบหลัก: น้ำมันพืชออร์แกนิก
กลิ่น: ไม่เชิงว่าปราศจากน้ำหอมเสียทีเดียว เพราะมีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย
หาซื้อได้ที่: ช่องทางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแบรนด์ไทย, แพลตฟอร์มออนไลน์
ขนาด: 90 มล.
ราคา: ประมาณ 600 ถึง 750 บาท

Fae & Mae เป็นหนึ่งในแบรนด์ออร์แกนิกของไทยที่จริงจังในตลาดนี้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เรื่องการรับรองมาตรฐานของแบรนด์นี้แข็งแกร่งกว่าที่คุณมักจะเห็นจากแบรนด์อิสระทั่วไป

น้ำมันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการดูแลผิวกายและหน้าท้องเป็นหลัก แต่ก็สามารถใช้สำหรับการนวดทารกได้ดีเช่นกัน

ประเด็นสำคัญคือผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยในปริมาณเล็กน้อย ดังนั้นแม้ว่าหลายครอบครัวอาจรู้สึกว่าเป็นธรรมชาติและน่าใช้ แต่ก็ไม่จัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกับสูตรที่ปราศจากน้ำหอมอย่างแท้จริง

ความเห็นตรงไปตรงมา: ตัวเลือกออร์แกนิกที่ผลิตในไทยอย่างดีเยี่ยม หากคุณไม่ติดใจกลิ่นน้ำมันหอมระเหยอ่อนๆ

7. Weleda Calendula Baby Oil สูตรไร้น้ำหอม

เหมาะสำหรับ: พ่อแม่ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมน้อยที่สุด
ส่วนผสมหลัก: น้ำมันงาออร์แกนิก + คาเลนดูล่า
กลิ่น: ไม่มี
หาซื้อได้ที่: iHerb
ขนาด: 200ml
ราคา: ประมาณ 700 ถึง 900 บาท

นี่คือหนึ่งในสูตรที่เรียบง่ายที่สุดในรายการนี้

มีเพียงแค่น้ำมันงาและสารสกัดจากคาเลนดูล่าเท่านั้น โครงสร้างที่เรียบง่ายนี้เป็นส่วนหนึ่งของความน่าสนใจ ให้ความรู้สึกสงบ คลาสสิก และบริสุทธิ์

ความเห็นตรงไปตรงมา: ตัวเลือกที่น่ารัก หากคุณต้องการผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่เรียบง่ายและไม่มีส่วนผสมซับซ้อน

8. Earth Mama คาเลนดูลา เบบี้ออยล์

เหมาะสำหรับ: ครอบครัวที่ใส่ใจดูแลทารกแรกเกิดเป็นพิเศษ
ส่วนประกอบหลัก: ออร์แกนิกทานตะวัน, โจโจ้บา, คาเลนดูลา
กลิ่น: ไม่มี
หาซื้อได้ที่: iHerb / มาร์เก็ตเพลส
ขนาด: 120 มล.
ราคา: ประมาณ 450 ถึง 550 บาท

Earth Mama มีชื่อเสียงในด้านความอ่อนโยน และสูตรนี้ก็สะท้อนถึงสิ่งนั้นได้เป็นอย่างดี ให้ความรู้สึกที่พอเหมาะพอดีในทางที่ดี

สูตรส่วนผสมน้อย เน้นออร์แกนิก ไม่มีน้ำหอม พร้อมเรื่องราวที่สร้างความไว้วางใจในการดูแลทารกได้อย่างอ่อนโยน

ความเห็นตรงไปตรงมา: เป็นหนึ่งในตัวเลือกสินค้านำเข้าที่ดี หากคุณต้องการผลิตภัณฑ์ที่ให้ความรู้สึกใส่ใจเป็นพิเศษและอ่อนโยน

9. Palmer’s โกโก้บัตเตอร์ เบบี้ออยล์

เหมาะสำหรับ: ผิวแห้งมาก
ส่วนประกอบหลัก: โกโก้บัตเตอร์ + น้ำมัน
กลิ่น: มี
หาซื้อได้ที่: iHerb
ขนาด: 150 มล.
ราคา: ประมาณ 350 ถึง 500 บาท

Palmer’s มีเนื้อสัมผัสที่เข้มข้นกว่าน้ำมันบำรุงผิวอื่นๆ ส่วนใหญ่ หากปัญหาหลักคือผิวแห้ง โดยเฉพาะในห้องปรับอากาศที่เย็นจัด เนื้อสัมผัสที่เข้มข้นนี้อาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

ไม่ใช่ตัวเลือกที่บางเบาที่สุด และไม่มีกลิ่นหอม

ความเห็นตรงไปตรงมา: เหมาะสำหรับช่วงที่ผิวแห้งมากกว่าการนวดเบาๆ ทุกวันในสภาพอากาศร้อน

10. Himalaya น้ำมันบำรุงผิวเด็ก

เหมาะสำหรับ: ครอบครัวที่ชอบสไตล์สมุนไพร
ส่วนประกอบหลัก: น้ำมันมะกอก + สารสกัดจากพืช
กลิ่นหอม: อ่อนโยน
หาซื้อได้ที่ไหน: iHerb / ช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร
ขนาด: 200ml
ราคา: ประมาณ 200 ถึง 300 บาท

Himalaya เน้นความเป็นสมุนไพรและดั้งเดิมมากกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในรายการนี้ สำหรับบางครอบครัว นี่คือสิ่งที่ดึงดูดใจอย่างแท้จริง

ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ปราศจากน้ำหอม และไม่ใช่สิ่งแรกที่เราจะเลือกสำหรับผิวที่แพ้ง่ายมาก แต่ก็ยังเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับครอบครัวที่ชื่นชอบสไตล์นี้อยู่แล้ว

สรุปจากใจจริง: เป็นตัวเลือกสไตล์สมุนไพรที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณคุ้นเคยกับสไตล์นี้อยู่แล้ว

สิ่งที่ผู้ปกครองควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ

1. กลิ่นหอม

นี่คือสิ่งแรกที่เราจะพิจารณา หากลูกน้อยของคุณยังเล็กมาก ผิวแพ้ง่ายมาก หรือมีแนวโน้มเป็นโรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำหอมมักจะเป็นทางเลือกที่อ่อนโยนที่สุด

2. ลักษณะของสูตร

น้ำมันแร่เป็นส่วนผสมที่พบได้ทั่วไปและปลอดภัย แต่ส่วนใหญ่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิว ในขณะที่น้ำมันจากพืชมักจะให้ความรู้สึกบำรุงและระบายอากาศได้ดีกว่าเมื่อใช้ไปนานๆ

3. เนื้อสัมผัส

ประเทศไทยอากาศร้อน น้ำมันที่เนื้อหนักมากอาจฟังดูดีในทางทฤษฎี แต่ใช้งานจริงอาจรู้สึกไม่สบายตัว สูตรที่บางเบากว่ามักจะเหมาะกับการนวดประจำวันในสภาพอากาศแบบนี้มากกว่า

4. ความสมเหตุสมผลของสูตร

คุณไม่จำเป็นต้องมีรายการส่วนผสมที่สมบูรณ์แบบ แต่จะดีกว่าถ้าสูตรรู้สึกว่าตั้งใจทำมาอย่างดีและเข้าใจง่าย

5. หาซื้อซ้ำได้ง่ายหรือไม่

เรื่องนี้อาจดูเล็กน้อย แต่สำคัญ ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดมักจะไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่คุณหาซื้อทดแทนไม่ได้

Skinhug เหมาะสมอย่างไร

Skinhug เข้ากับหัวข้อนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก เพราะการนวดทารกเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักที่น้ำมันนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้

เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทย ปราศจากน้ำหอม ทำจากพืช และออกแบบมาสำหรับการนวดทารก การดูแลผิวหน้าท้องระหว่างตั้งครรภ์ ผิวที่รู้สึกแห้ง และการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัว หากคุณกำลังมองหาน้ำมันนวดทารกที่เรียบง่ายในประเทศไทยที่สามารถใช้ได้แม้ลูกโตแล้ว Skinhug เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ชัดเจนที่สุดในรายการนี้

คำถามที่พบบ่อย

น้ำมันนวดทารกที่ดีที่สุดในประเทศไทยคืออะไร?

ขึ้นอยู่กับว่าอะไรสำคัญที่สุดสำหรับคุณ หากเน้นความสะดวกในการหาซื้อตามร้านขายยา Cetaphil และ Mustela เป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับผลิตภัณฑ์ไทยที่ปราศจากน้ำหอม Skinhug เป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลมาก สำหรับสูตรออร์แกนิกที่เรียบง่าย Weleda และ Earth Mama ก็น่าสนใจ

Johnson’s Baby Oil ปลอดภัยสำหรับทารกแรกเกิดหรือไม่?

ทารกแรกเกิดที่แข็งแรงหลายคนใช้ได้โดยไม่มีปัญหา แต่เนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำหอม บางครอบครัวจึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำหอมก่อน

น้ำมันนวดทารกที่ผลิตในประเทศไทยปลอดภัยหรือไม่?

ปลอดภัยได้ หากแบรนด์นั้นดำเนินการอย่างถูกต้อง การดูแลสูตร การจดทะเบียน และมาตรฐานการผลิตมีความสำคัญมากกว่าแค่ประเทศผู้ผลิต

หาซื้อน้ำมันนวดทารกที่ปราศจากน้ำหอมในประเทศไทยได้ที่ไหน?

Cetaphil และ Sebamed เป็นตัวเลือกที่ปราศจากน้ำหอมที่หาซื้อง่ายตามร้านขายยา Skinhug เป็นตัวเลือกที่ผลิตในประเทศไทยและปราศจากน้ำหอม ส่วน Weleda Fragrance-Free และ Earth Mama สามารถหาซื้อได้ทาง iHerb

เริ่มนวดทารกได้เมื่อไหร่?

ครอบครัวส่วนใหญ่จะเริ่มนวดเมื่อสะดือของทารกหลุดและแผลหายดีแล้ว ซึ่งมักจะอยู่ในช่วงสองสามสัปดาห์แรก เริ่มนวดเบาๆ และสังเกตปฏิกิริยาของผิวลูกน้อย

Skinhug พร้อมฮักผิวของคุณแล้ว

วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Shopee และ LINE